⚠️ หน้านี้เชื่อมต่อคุณกับพันธมิตรและตลาดพันธมิตรของ Atovia เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันจากพันธมิตรสำหรับกิจกรรมที่ทำผ่านลิงก์เหล่านี้ ข้อเสนอส่วนลดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามนโยบาย! มั่นใจได้ว่าไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ! เราหวังว่านี่จะช่วยประหยัดเวลาของคุณในการค้นหาสินค้าที่เหมาะสม!
เห็นพาดหัวว่านาซาเผยภาพ “เนบิวลาหัวแมว” แล้วสงสัยไหมว่าเงาสีเข้มรูปแมวนั่งหันหลังนั่นคืออะไร และทำไมต้องใช้กล้องสองตัวถ่ายพร้อมกัน
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2026 นาซาเผยแพร่ภาพชุดใหม่ของบริเวณนี้ จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลและเจมส์ เว็บบ์ บทความนี้สรุปว่าแต่ละกล้องเห็นอะไร และภาพชุดนี้บอกอะไรเรื่องการเกิดดาวได้บ้าง
สรุปสั้นก่อนอ่านต่อ
- ที่ตั้ง: อยู่ในเนบิวลาคารินา ห่างจากโลกราว 7,500 ปีแสง
- กล้องที่ใช้: ฮับเบิลถ่ายในแสงที่ตามองเห็น เว็บบ์ถ่ายในอินฟราเรดใกล้และอินฟราเรดกลาง
- วันที่นาซาเผยแพร่: 29 ตุลาคม 2026
- ข้อสรุปหลักของนาซา: ภาพจากสองกล้องช่วยเสริมกัน ทำให้เข้าใจกระบวนการเกิดดาวที่ซับซ้อนมากขึ้น
นาซาเผยภาพอะไรบ้าง
นาซาเผยภาพเนบิวลาหัวแมวสามมุมมอง ได้แก่ ภาพแสงที่ตามองเห็นจากฮับเบิล ภาพอินฟราเรดใกล้จากกล้อง NIRCam ของเว็บบ์ และภาพอินฟราเรดกลางจากกล้อง MIRI ของเว็บบ์
ทั้งสามภาพเป็นวัตถุเดียวกัน โครงสร้างหลักคล้ายกัน แต่รายละเอียดต่างกันตามช่วงแสง นาซายังเผยแพร่วิดีโอจำลองที่พาเลื่อนผ่านภาพทั้งสามช่วงคลื่นด้วย
ข่าวนี้ออกมาใกล้วันฮาโลวีน นาซาจึงเล่าด้วยโทนผีสางว่าเป็นฉากหลอนที่เหมือนร่างลอยขึ้นจากหมอกเย็น แต่เนื้อหาทางวิทยาศาสตร์ยังเป็นเรื่องของการก่อตัวของดาว

[[IMAGE:1]]
เนบิวลาหัวแมวอยู่ที่ไหนและทำไมเหมือนแมว
เนบิวลาหัวแมวเป็นบริเวณเล็กๆ ภายในเนบิวลาคารินา ซึ่งเป็นแหล่งก่อกำเนิดดาวขนาดใหญ่ ห่างจากโลกราว 7,500 ปีแสง
ชื่อ “หัวแมว” มาจากอะไร
นาซาอธิบายว่าชื่อนี้มาจากรูปร่างที่คล้ายแมวนั่งหันหลังให้ผู้ชม มีหางทอดยาวลงด้านล่าง ส่วนหัวหันไปทางขวาและมีดวงตาเรืองแสง
รูปแมวเกิดขึ้นได้อย่างไร
นาซาระบุว่ารูปทรงนี้น่าจะถูกแกะสลักโดยรังสีอัลตราไวโอเลตและลมจากดาวมวลมากในเนบิวลาคารินา ส่วนที่หนาแน่นกว่าในเสาฝุ่นต้านการกัดเซาะไว้ได้ อย่างน้อยก็ในตอนนี้

ฉากนี้เป็นภาพชั่วคราว เมื่อเวลาผ่านไปเนบิวลานี้จะสลายตัวไปตามการก่อตัวและวิวัฒนาการของดาว
[[IMAGE:2]]
ดาวเกิดขึ้นได้อย่างไร
ตามหลักดาราศาสตร์ทั่วไป ดาวเกิดจากก้อนแก๊สและฝุ่นหนาแน่นที่ยุบตัวด้วยแรงโน้มถ่วง จนแกนกลางร้อนและสว่างขึ้น
แต่ในพื้นที่จริง ดาวใหม่ไม่ได้เกิดอย่างเงียบๆ ดาวมวลมากที่อยู่ใกล้กันปล่อยรังสีและลมแรง ซึ่งกัดเซาะเมฆรอบข้างไปพร้อมกัน นาซาจึงเรียกกระบวนการนี้ว่าซับซ้อน วุ่นวาย และจับตาได้ยาก

เนบิวลาหัวแมวมีประโยชน์ตรงนี้ เพราะเห็นทั้งเสาฝุ่นที่ยังเหลือและแสงจากดาวที่กำลังเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของมัน ในภาพเดียวกัน
[[IMAGE:3]]
ฮับเบิลเห็นอะไรในแสงที่ตามองเห็น
ฮับเบิลเห็นเสาฝุ่นสีน้ำตาลเข้มทึบแสง มีขอบแก๊สเรืองสว่างล้อมอยู่ คล้ายเงาแมวตัดกับฉากหลังสีฟ้า
ดวงตาสีแดงของแมวอาจเป็นดาวอายุน้อยที่ยังฝังอยู่ในฝุ่นบางส่วน ส่วนแนวสีเหลืองที่พาดตามขอบขวาของเสาสอดคล้องกับแก๊สที่ถูกรังสีอัลตราไวโอเลตจากดาวมวลมากข้างเคียงทำให้เรืองแสงและแตกตัวเป็นไอออน นาซาระบุว่าอาจกำลังขับเคลื่อนกระบวนการที่เรียกว่าโฟโตอีวาโพเรชัน

ฉากหลังไล่สีจากฟ้าและเขียวอมฟ้าด้านบน ไปเป็นเหลือง ส้ม และแดงด้านล่าง ฟิลเตอร์ของฮับเบิลจับแสงจากออกซิเจน ไฮโดรเจน และกำมะถัน รวมกับแสงดาวที่ถูกฝุ่นกระเจิง
[[IMAGE:4]]
เว็บบ์มองทะลุฝุ่นด้วยอินฟราเรดใกล้
ในอินฟราเรดใกล้ เสาฝุ่นโปร่งกว่าภาพของฮับเบิล จึงเห็นรายละเอียดบนพื้นผิวที่ซับซ้อนซึ่งภาพแสงที่ตามองเห็นไม่เผย
ภาพนี้เห็นดาวหนาแน่นเป็นสีน้ำเงินและเหลือง และเห็นเส้นใยฝุ่นเลือนรางทางซ้ายของแมวซึ่งถูกรังสีจากดาวมวลมากกระทบอยู่ นอกจากนี้ยังเห็นกาแล็กซีพื้นหลังจางๆ ผ่านเข้ามาด้วย

แม้ในอินฟราเรด บางดวงก็ยังถูกฝุ่นห่อหุ้มอยู่ในระดับต่างกัน และดวงตาของแมวยังเด่นอยู่ แต่ในภาพนี้เป็นสีเหลือง
ทำไมสีของดวงตาเปลี่ยนไปแต่ละภาพ
แสงอินฟราเรดตามนุษย์มองไม่เห็น ภาพของเว็บบ์จึงต้องกำหนดสีแทนช่วงคลื่นเพื่อให้ดูได้ ดวงตาเดียวกันจึงเป็นสีแดงในภาพฮับเบิล สีเหลืองในอินฟราเรดใกล้ และสีขาวในอินฟราเรดกลาง สีในภาพจึงสื่อความต่างของข้อมูล ไม่ใช่สีที่ตาเห็นจริง
🛒 สินค้าแนะนำ

[[IMAGE:5]]
อินฟราเรดกลางเผยอะไรเพิ่ม
ภาพอินฟราเรดกลางจากกล้อง MIRI แสดงแสงจากฝุ่นอุ่นและโมเลกุลที่มีคาร์บอน ซึ่งถูกแสงดาวกระตุ้นให้เปล่งแสง
ผลคือเห็นเม็ดและเส้นฝุ่นละเอียดทางซ้ายของเสาชัดขึ้น ส่วนทางขวาของเสามีแหล่งแสงสว่างสีเหลือง ซึ่งนาซาระบุว่าน่าจะเป็นดาวทารกที่ฝังอยู่ในฝุ่น
มีรายละเอียดหนึ่งที่ควรอ่านให้ละเอียด คือมีเส้นฝุ่นแคบๆ พาดผ่านแหล่งแสงนั้น แต่นาซาบอกว่าภาพเพียงอย่างเดียวยังสรุปไม่ได้ว่าสองสิ่งนี้เกี่ยวข้องกันจริงหรือไม่

[[IMAGE:6]]
เปรียบเทียบฮับเบิลกับเว็บบ์
ภาพสามชุดเห็นโครงสร้างหลักเดียวกัน ต่างกันที่ว่าแต่ละช่วงแสงเผยรายละเอียดอะไรเป็นพิเศษ ตารางด้านล่างสรุปเฉพาะสิ่งที่ปรากฏในคำอธิบายของนาซา
| หัวข้อ | ฮับเบิล (แสงที่ตามองเห็น) | เว็บบ์ (อินฟราเรดใกล้และกลาง) |
|---|---|---|
| เสาฝุ่น | ทึบแสง สีน้ำตาลเข้ม | โปร่งขึ้นในอินฟราเรดใกล้ เห็นพื้นผิวละเอียด |
| สิ่งที่เปล่งแสง | แก๊สออกซิเจน ไฮโดรเจน กำมะถัน และแสงดาวที่ฝุ่นกระเจิง | ฝุ่นอุ่นและโมเลกุลคาร์บอนในอินฟราเรดกลาง |
| ดาวและกาแล็กซี | ดวงตาอาจเป็นดาวอายุน้อยฝังในฝุ่น | ดาวหนาแน่น กาแล็กซีพื้นหลังจาง ดาวทารกทางขวาของเสา |
| จุดเด่นเรื่องขอบเสา | ขอบแก๊สเรืองสีเหลืองจากรังสีอัลตราไวโอเลต | เม็ดและเส้นฝุ่นละเอียดทางซ้ายของเสา |
[[IMAGE:7]]
ภาพนี้ช่วยไขปริศนาการเกิดดาวได้แค่ไหน
ภาพชุดนี้ช่วยให้เห็นทั้งโครงสร้างภายนอกของเสาฝุ่นและดาวที่ซ่อนอยู่ข้างใน แต่นาซาไม่ได้ประกาศว่าไขปริศนาได้ครบ นาซาใช้คำว่าภาพจากสองกล้องกำลังช่วยให้นักดาราศาสตร์เรียนรู้เพิ่มเกี่ยวกับกระบวนการเกิดดาว

สิ่งที่ภาพแสดงโดยตรง คือรูปทรงของเสาฝุ่น สีและความสว่างของแก๊สและดาวในแต่ละช่วงแสง ส่วนสิ่งที่เป็นการตีความ ได้แก่ ดวงตาน่าจะเป็นดาวอายุน้อย ขอบสีเหลืองสอดคล้องกับโฟโตอีวาโพเรชัน และรูปทรงน่าจะถูกดาวมวลมากแกะสลัก คำอย่าง “อาจ” และ “น่าจะ” ในคำแถลงของนาซาจึงสำคัญ
สรุปให้สั้นที่สุด ข่าวนี้คือตัวอย่างที่ดีของการใช้หลายช่วงแสงดูวัตถุเดียวกัน ไม่ใช่ข่าวการค้นพบเดี่ยวที่เปลี่ยนความเข้าใจเรื่องดาวทั้งหมด
[[IMAGE:8]]
ข้อสังเกตเมื่ออ่านข่าวภาพถ่ายอวกาศ
ก่อนแชร์ข่าวภาพอวกาศ ลองตรวจห้าข้อนี้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางตรวจสอบข้อมูลทั่วไปของยูเนสโก ที่แนะนำให้ดูแหล่งที่มา วันที่ และเทียบหลายแหล่ง

- ดูวันที่เผยแพร่และชื่อภาพให้ตรงกับหน้าข่าวต้นทางของนาซา
- แยกภาพข้อมูลจริงออกจากภาพประกอบหรือวิดีโอจำลอง
- ตรวจว่าใช้กล้องและช่วงคลื่นใด เช่น ฮับเบิล NIRCam หรือ MIRI
- อ่านคำอธิบายภาพเต็ม ไม่ดูแค่พาดหัว
- จับคำว่า “อาจ” และ “น่าจะ” แล้วอย่าเปลี่ยนเป็นข้อสรุปเด็ดขาด
[[IMAGE:9]]
คำถามที่พบบ่อย
เนบิวลาหัวแมวคือดาวหรือกลุ่มแก๊ส
ไม่ใช่ดาวดวงเดียว นาซาอธิบายว่าเป็นเส้นใยฝุ่นขนาดค่อนข้างเล็กที่มีดาวกำลังก่อตัวอยู่ภายใน และอยู่ในเนบิวลาคารินา
เนบิวลาหัวแมวต่างจากเนบิวลาอุ้งเท้าแมวไหม
ต่างกัน เนบิวลาอุ้งเท้าแมว (NGC 6334) อยู่ในกลุ่มดาวแมงป่อง ห่างราว 4,000 ปีแสง และนาซาเผยภาพจากเว็บบ์เมื่อ 10 กรกฎาคม 2025 ส่วนเนบิวลาหัวแมวอยู่ในเนบิวลาคารินา และเป็นข่าวใหม่เมื่อ 29 ตุลาคม 2026 อย่าสับสนสองชื่อนี้

ทำไมภาพของสองกล้องจึงดูต่างกัน
เพราะกล้องดูคนละช่วงแสง ฮับเบิลจับแสงที่ตามองเห็นซึ่งถูกฝุ่นบัง ส่วนเว็บบ์ใช้อินฟราเรดที่ผ่านฝุ่นได้มากกว่า และเปิดเผยองค์ประกอบต่างชนิดกัน
ดูภาพความละเอียดสูงได้จากที่ไหน
เปิดหน้าข่าวต้นทางของนาซาตามลิงก์ในแหล่งอ้างอิงด้านล่าง ซึ่งมีภาพแต่ละช่วงแสง วิดีโอ และคำอธิบายภาพครบ
[[IMAGE:10]]
ขั้นที่ทำได้วันนี้ คือเปิดภาพของฮับเบิลกับเว็บบ์เทียบกันบนหน้าเดียว แล้วลองหาตำแหน่งดวงตาของแมวในทั้งสามภาพ จะเห็นความต่างของแต่ละช่วงแสงด้วยตัวเองได้ชัดที่สุด
แหล่งอ้างอิง
ต้องการเปรียบเทียบและคู่มือการซื้อเพิ่มเติมไหม