ความรู้วันนี้

เทคโนโลยี การศึกษา อาชีพ และข่าวสาร

บล็อกที่ดูแลโดย พี่อาโต

วิธีการว่าความในศาลฎีกาของไทย คู่มือฉบับเข้าใจง่าย

⚠️ หน้านี้เชื่อมต่อคุณกับพันธมิตรและตลาดพันธมิตรของ Atovia เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันจากพันธมิตรสำหรับกิจกรรมที่ทำผ่านลิงก์เหล่านี้ ข้อเสนอส่วนลดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามนโยบาย! มั่นใจได้ว่าไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ! เราหวังว่านี่จะช่วยประหยัดเวลาของคุณในการค้นหาสินค้าที่เหมาะสม!

เมื่อคดีมาถึงขั้นฎีกา หลายคนสงสัยว่าต้องเริ่มจากตรงไหน ใครทำได้บ้าง และมีเส้นตายเมื่อใด บทความนี้สรุปภาพรวมการดำเนินคดีในศาลฎีกาของไทยเป็นลำดับขั้น โดยแยกให้เห็นความต่างของคดีแพ่งและคดีอาญา เนื้อหาเป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายสำหรับคดีใดคดีหนึ่ง และตัวบทกฎหมายอาจถูกแก้ไขในภายหลัง

ประเด็นสำคัญที่ควรรู้
  • ศาลฎีกาเน้นพิจารณาปัญหาข้อกฎหมายเป็นหลัก และมีข้อจำกัดเรื่องการฎีกาข้อเท็จจริง
  • ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา มีหลักว่าต้องยื่นฎีกาภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ และยื่นต่อศาลชั้นต้น
  • คดีแพ่งใช้ระบบขออนุญาตฎีกา ไม่ใช่สิทธิฎีกาโดยอัตโนมัติ
  • การว่าความแทนผู้อื่นต้องทำโดยทนายความที่มีใบอนุญาต และควรตรวจตัวบทฉบับปัจจุบันก่อนดำเนินการทุกครั้ง

ศาลฎีกาของไทยคืออะไรและมีบทบาทอย่างไร

ภาพอาคารศาลที่มีเสาขนาดใหญ่แทนศาลฎีกา

ศาลยุติธรรมของไทยมีสามชั้น ได้แก่ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา ศาลฎีกาเป็นศาลสูงสุดในศาลยุติธรรม ทำหน้าที่วินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทในชั้นสุดท้ายและช่วยให้การตีความกฎหมายเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ต่างจากศาลชั้นต้นที่เน้นสืบพยานและรับฟังข้อเท็จจริง ศาลฎีกาจึงเน้นปัญหาข้อกฎหมายมากกว่า

ใครว่าความในศาลฎีกาได้บ้าง

ทนายความสวมชุดครุยกำลังตรวจสำนวนคดีที่โต๊ะทำงาน

โดยหลัก การว่าความแทนคู่ความต้องทำโดยทนายความที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยทนายความและเป็นสมาชิกสภาทนายความ ส่วนกรณีที่คู่ความจะลงชื่อยื่นฎีกาเองได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับประเภทคดีและบทบัญญัติปัจจุบัน ควรสอบถามศาลหรือสภาทนายความก่อนดำเนินการ

ตรวจสอบสิทธิยื่นฎีกาและข้อจำกัดของคดี

เอกสารคำพิพากษากับแว่นตาและปากกาบนโต๊ะ

ก่อนเขียนฎีกา ต้องตรวจก่อนว่าคดีของตนมีสิทธิหรือไม่ โดยแยกพิจารณาตามประเภทคดี

ภาพอาคารศาลที่มีเสาขนาดใหญ่แทนศาลฎีกา

คดีแพ่ง

การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา โดยยื่นคำร้องขออนุญาตพร้อมคำฟ้องฎีกาต่อศาลชั้นต้น การแก้ไขกฎหมายได้เปลี่ยนระบบฎีกาจากระบบสิทธิเป็นระบบอนุญาต นอกจากนี้ มีคำพิพากษาฎีกาเก่าที่วางหลักว่า คดีที่ทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง ผู้อ่านควรตรวจเกณฑ์ฉบับปัจจุบันจากตัวบทอีกครั้ง

คดีอาญา

เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนหรือแก้ไขเล็กน้อยและลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปี คู่ความทั้งสองฝ่ายห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ทั้งนี้ยังมีทางออกที่แคบ คือกรณีที่ผู้พิพากษาที่พิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษา หรืออธิบดีกรมอัยการ รับรองว่าเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลฎีกา

ทนายความสวมชุดครุยกำลังตรวจสำนวนคดีที่โต๊ะทำงาน

กำหนดเวลายื่นฎีกาและการขยายเวลา

ปฏิทินที่วงวันที่ไว้ข้างนาฬิกาและเอกสารกฎหมาย

ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญามีหลักคล้ายกันว่าต้องยื่นภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ และยื่นต่อศาลชั้นต้น ในคดีอาญา กฎหมายยังรวมถึงกรณีที่ถือว่าได้อ่านคำพิพากษาให้คู่ความฝ่ายที่ฎีกาฟังแล้ว ดังนั้นควรเริ่มนับเวลาทันทีที่ทราบวันอ่านคำพิพากษา ส่วนการขอขยายเวลาและเงื่อนไขของแต่ละกรณี ควรตรวจจากตัวบทปัจจุบันและปรึกษาทนายความ เพราะการยื่นเกินเวลาเป็นความเสี่ยงสำคัญ

การเตรียมเอกสารและพยานหลักฐานก่อนยื่นฎีกา

แฟ้มสำนวนคดีที่จัดเรียงเป็นระเบียบบนโต๊ะประชุม

เอกสารที่ควรรวบรวมมีดังนี้

  • สำเนาคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ พร้อมวันที่อ่านคำพิพากษา
  • คำพิพากษาศาลชั้นต้นและเอกสารสำคัญในสำนวน
  • บันทึกประเด็นข้อกฎหมายที่ต้องการให้ศาลฎีกาวินิจฉัย
  • เอกสารแสดงตัวตนและหนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
เอกสารคำพิพากษากับแว่นตาและปากกาบนโต๊ะ

ในชั้นฎีกา ศาลโดยหลักไม่สืบพยานใหม่ การเตรียมจึงเน้นการอ้างอิงจากสำนวนที่มีอยู่แล้วและการวิเคราะห์ข้อกฎหมาย

วิธีเขียนฎีกาให้ชัดเจนและมีน้ำหนัก

มือกำลังพิมพ์ร่างฎีกาข้างหนังสือประมวลกฎหมาย

ฎีกาที่อ่านง่ายมักมีโครงสร้างดังนี้

ปฏิทินที่วงวันที่ไว้ข้างนาฬิกาและเอกสารกฎหมาย

🛒 สินค้าแนะนำ

AliExpress 🛒 สินค้าแนะนำ

  1. ระบุคู่ความ ศาล และเลขคดีให้ครบถ้วน
  2. สรุปคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ต้องการโต้แย้ง
  3. ตั้งประเด็นข้อกฎหมายทีละข้อ เรียงตามความสำคัญ
  4. อ้างบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง พร้อมเหตุผลว่าศาลอุทธรณ์ตีความหรือใช้กฎหมายคลาดเคลื่อนอย่างไร
  5. สรุปคำขอท้ายฎีกาให้ชัดเจน

ควรหลีกเลี่ยงการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน เพราะมักถูกมองว่าเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ซึ่งอาจต้องห้ามตามกฎหมาย

แฟ้มสำนวนคดีที่จัดเรียงเป็นระเบียบบนโต๊ะประชุม

ค่าธรรมเนียมศาลและการยื่นฎีกา

เจ้าหน้าที่ศาลรับเอกสารจากผู้มาติดต่อที่เคาน์เตอร์

ค่าขึ้นศาลและค่าธรรมเนียมในชั้นฎีกาเป็นไปตามกฎหมายและประกาศที่ใช้บังคับในขณะนั้น และอาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงไม่ควรยึดตัวเลขจากบทความเก่า ให้สอบถามจากศาลชั้นต้นที่รับยื่นฎีกาหรือตรวจจากเว็บไซต์สำนักงานศาลยุติธรรม ส่วนช่องทางยื่นและระบบยื่นเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ ควรตรวจรายละเอียดจากศาลโดยตรงว่าเปิดใช้กับคดีประเภทใดบ้าง

ขั้นตอนหลังยื่นฎีกา

ห้องพิจารณาคดีที่ว่างเปล่าก่อนการอ่านคำพิพากษา

เมื่อยื่นฎีกาแล้ว ศาลชั้นต้นจะตรวจฎีกาก่อน และอาจไม่รับได้หากมีเหตุตามกฎหมาย เช่น ผู้ยื่นและลงชื่อในฎีกาไม่ใช่คู่ความ ในคดีแพ่ง ศาลชั้นต้นจะส่งคำร้องขออนุญาตพร้อมคำฟ้องฎีกาไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณา เมื่อมีการรับฎีกา คู่ความอีกฝ่ายมีสิทธิยื่นคำแก้ฎีกา จากนั้นศาลฎีกาจะพิจารณาและนัดอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง ระยะเวลาโดยรวมแตกต่างกันตามลักษณะคดี จึงไม่ควรคาดหวังตัวเลขที่แน่นอน

มือกำลังพิมพ์ร่างฎีกาข้างหนังสือประมวลกฎหมาย

เปรียบเทียบฎีกาคดีแพ่งและคดีอาญา

เอกสารสองกองวางเทียบกันโดยมีตราชั่งอยู่ตรงกลาง
ประเด็น คดีแพ่ง คดีอาญา
ระบบการยื่น ต้องขออนุญาตจากศาลฎีกา คู่ความฎีกาได้ภายใต้ข้อจำกัดตามตัวบท
กำหนดเวลา หนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ หนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง
สถานที่ยื่น ศาลชั้นต้นที่มีคำพิพากษาในคดีนั้น ศาลชั้นต้น
ข้อจำกัดข้อเท็จจริง มีข้อห้ามตามเกณฑ์ทุนทรัพย์ ควรตรวจเกณฑ์ปัจจุบัน ต้องห้ามหากศาลอุทธรณ์พิพากษายืนหรือแก้ไขเล็กน้อยและลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปี เว้นแต่มีการรับรอง
ข้อสังเกตสำคัญ ควรแสดงให้เห็นว่าเป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัย มีช่องทางรับรองจากผู้พิพากษาหรืออธิบดีกรมอัยการในกรณีที่กฎหมายกำหนด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและเช็กลิสต์ก่อนยื่น

รายการตรวจสอบบนคลิปบอร์ดที่ถูกติ๊กทีละข้อ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย ได้แก่ การนับเวลาผิดจนยื่นเกินกำหนด การเขียนฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงในคดีที่ต้องห้าม การยื่นต่อศาลผิดแห่ง และเอกสารประกอบไม่ครบ ก่อนยื่นควรตรวจดังนี้

  • ยืนยันวันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และนับกำหนดเวลาแล้ว
  • ตรวจแล้วว่าคดีมีสิทธิฎีกาหรือต้องขออนุญาตฎีกา
  • ฎีกายกประเด็นข้อกฎหมายชัดเจน ไม่ใช่เพียงโต้แย้งข้อเท็จจริง
  • ลงชื่อโดยผู้มีสิทธิถูกต้อง และแนบเอกสารครบ
  • เตรียมค่าธรรมเนียมตามอัตราปัจจุบัน
เจ้าหน้าที่ศาลรับเอกสารจากผู้มาติดต่อที่เคาน์เตอร์

คำถามที่พบบ่อย

ผู้มาปรึกษากำลังพูดคุยกับทนายความในสำนักงาน

ยื่นฎีกาเองได้หรือไม่

ขึ้นอยู่กับประเภทคดีและบทบัญญัติปัจจุบันว่าใครมีสิทธิลงชื่อและยื่นฎีกา การไม่มีทนายความอาจเสี่ยงต่อการยื่นผิดแบบหรือผิดประเด็น ควรสอบถามศาลหรือปรึกษาทนายความก่อน

ใช้เวลานานแค่ไหน

ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับประเภทคดี ปริมาณคดี และความซับซ้อนของประเด็น ควรสอบถามความคืบหน้าจากศาลที่รับยื่น

ห้องพิจารณาคดีที่ว่างเปล่าก่อนการอ่านคำพิพากษา

ฎีกาแล้วแพ้ทำอย่างไร

คำพิพากษาศาลฎีกาเป็นการชี้ขาดในชั้นสุดท้ายของศาลยุติธรรม หลังจากนั้นควรปรึกษาทนายความเรื่องการบังคับคดีและสิทธิอื่นที่กฎหมายยังเปิดช่องไว้

มีความช่วยเหลือทางกฎหมายหรือไม่

มีบริการช่วยเหลือทางกฎหมายจากหน่วยงานของรัฐและสภาทนายความ เช่น ทนายขอแรงในบางกรณี เงื่อนไขแตกต่างกัน ควรสอบถามศาลหรือสภาทนายความโดยตรง

หากกำลังจะยื่นฎีกา ควรให้ทนายความตรวจสิทธิและกำหนดเวลาตามข้อเท็จจริงของคดีก่อน หรือสอบถามเพิ่มเติมจากสำนักงานศาลยุติธรรม

ตรวจสอบข้อมูลที่สำนักงานศาลยุติธรรม

  1. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ลักษณะ 2 ฎีกา (มาตรา 247 ถึง 252), legardy.com
  2. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หมวด 1 หลักทั่วไป (มาตรา 216 ถึง 224), legardy.com
  3. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และมาตรา 221, thailawonline.com
  4. การแก้ไขระบบฎีกาจากระบบสิทธิเป็นระบบอนุญาต, ilaw.or.th
  5. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 351/2535 เรื่องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง, rd.go.th

ต้องการเปรียบเทียบและคู่มือการซื้อเพิ่มเติมไหม

ดูเพิ่มเติมที่ Atovia →

เข้าร่วมชุมชนของเรา

Leave a Comment