ความรู้วันนี้

เทคโนโลยี การศึกษา อาชีพ และข่าวสาร

บล็อกที่ดูแลโดย พี่อาโต

แก้ Startup Repair Windows 11 ด้วย CMD ทำตามลำดับนี้

⚠️ หน้านี้เชื่อมต่อคุณกับพันธมิตรและตลาดพันธมิตรของ Atovia เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันจากพันธมิตรสำหรับกิจกรรมที่ทำผ่านลิงก์เหล่านี้ ข้อเสนอส่วนลดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามนโยบาย! มั่นใจได้ว่าไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ! เราหวังว่านี่จะช่วยประหยัดเวลาของคุณในการค้นหาสินค้าที่เหมาะสม!

เปิดเครื่องแล้วค้างที่หน้าจอซ่อมแซม หรือเข้า Windows ไม่ได้เลย แล้วไปเจอคำแนะนำให้พิมพ์คำสั่งใน Command Prompt (CMD) ก่อนจะลงมือ มีเรื่องหนึ่งที่ควรรู้ก่อน คือ Startup Repair ไม่ได้เปิดด้วยคำสั่งเดียวใน CMD แต่เป็นเมนูในสภาพแวดล้อมกู้คืนของ Windows

ถ้าเครื่อง Windows 11 ของคุณบูตไม่ขึ้น บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่การเข้าเมนูกู้คืน การตรวจไดรฟ์ที่ติดตั้ง Windows ไปจนถึงการเลือกคำสั่งให้ตรงกับอาการ และเมื่อซ่อมไม่สำเร็จควรไปดูอะไรต่อ ผลที่ได้อาจต่างกันไปในแต่ละเครื่อง

สาระสำคัญของบทความนี้
  • Startup Repair อยู่ในเมนู Troubleshoot > Advanced options ของสภาพแวดล้อมกู้คืน (WinRE) ไม่มีคำสั่งเดียวใน CMD ที่เปิดมันได้
  • บูตจากสื่อติดตั้ง Windows แล้วกด Shift+F10 จะเปิด Command Prompt ได้
  • ใน WinRE ตัวอักษรไดรฟ์อาจไม่ตรงกับปกติ ต้องตรวจก่อนรันคำสั่งทุกครั้ง
  • เครื่องที่เข้ารหัสด้วย BitLocker อาจถูกขอรหัสกู้คืนระหว่างซ่อม

Startup Repair เปิดจาก CMD ได้หรือไม่

ไม่ได้ เพราะ Startup Repair เป็นเครื่องมือซ่อมอัตโนมัติที่มากับสภาพแวดล้อมกู้คืนของ Windows (Windows Recovery Environment หรือ WinRE) และเลือกเปิดจากเมนู Troubleshoot > Advanced options > Startup Repair ตามที่ Microsoft Support อธิบายไว้ในหน้า Startup Repair

เครื่องมือนี้จะวินิจฉัยและพยายามซ่อมปัญหาการเริ่มต้นทั่วไปให้เอง จึงควรเป็นด่านแรกเสมอ ส่วน Command Prompt เหมาะกับกรณีที่ซ่อมอัตโนมัติไม่พอ และคุณพอรู้ว่าอาการเป็นแบบใด

เข้าสภาพแวดล้อมกู้คืนและเปิด Command Prompt ได้อย่างไร

มีสามทางเข้า WinRE คือให้เครื่องเข้าเอง เปิดจากหน้า Settings หรือบูตจาก USB ติดตั้ง Windows แล้วเปิด CMD ด้วยการกด Shift+F10 ซึ่งเป็นวิธีที่ Microsoft Learn ระบุไว้สำหรับสื่อติดตั้ง

หน้าจอแล็ปท็อปแสดงเมนู Troubleshoot ของสภาพแวดล้อมกู้คืน Windows

เครื่องยังเข้า Windows ได้อยู่ใช่ไหม

ถ้ายังเข้าได้ ให้ไปที่ Settings > System > Recovery > Advanced startup แล้วกด Restart now ตามที่ Microsoft Support อธิบายไว้ในหน้า Windows recovery environment เครื่องจะรีสตาร์ตเข้าเมนูกู้คืนทันที

เครื่องบูตไม่ขึ้นเลยทำอย่างไร

WinRE อาจเปิดขึ้นเองหลังจากเครื่องเริ่มระบบไม่สำเร็จหลายครั้งติดกัน หากไม่เปิดเอง ให้บูตจาก USB ติดตั้ง Windows แล้วเลือก Repair your computer ที่หน้าจอติดตั้ง เมื่อเข้าเมนูแล้วเลือก Troubleshoot > Advanced options เพื่อไปที่ Startup Repair หรือ Command Prompt

ถ้าอยู่ที่หน้าจอติดตั้งอยู่แล้ว กด Shift+F10 ก็เปิดหน้าต่าง CMD ได้ทันที

สิ่งที่ควรเตรียมใจไว้ คือเครื่องที่เปิดการเข้ารหัสไดรฟ์ด้วย BitLocker อาจขอรหัสกู้คืนระหว่างขั้นตอนเหล่านี้ ตามที่ Microsoft Support ระบุ จึงควรหารหัสให้พร้อมก่อนเริ่ม

USB ติดตั้ง Windows เสียบอยู่กับแล็ปท็อปบนโต๊ะไม้

ต้องตรวจไดรฟ์ Windows อย่างไรก่อนพิมพ์คำสั่งซ่อม

ต้องหาให้ได้ก่อนว่าโฟลเดอร์ Windows ของเครื่องอยู่ไดรฟ์ตัวอักษรใด เพราะใน WinRE ตัวอักษรไดรฟ์อาจไม่ตรงกับที่เห็นใน Windows ปกติ ซึ่งเป็นข้อเตือนที่คู่มือของ iTechGuides ย้ำไว้ (เป็นคำแนะนำเชิงปฏิบัติจากคู่มือภายนอก ไม่ใช่ข้อกำหนดของ Microsoft)

วิธีคิดง่าย ๆ คือ ดูในหน้าต่าง Command Prompt ว่าไดรฟ์ใดมีโฟลเดอร์ Windows และ Users อยู่ แล้วใช้ตัวอักษรของไดรฟ์นั้นแทน C: ในคำสั่งที่ยกมาในบทความนี้ อย่าคัดลอกตัวอย่างไปรันทันทีโดยไม่ตรวจ

ถ้าหาไม่พบหรือไม่มั่นใจว่าไดรฟ์ไหนถูกต้อง ให้หยุดไว้ก่อน แล้วกลับไปใช้ Startup Repair อัตโนมัติแทน การรันคำสั่งผิดไดรฟ์เสี่ยงทำให้ปัญหาซับซ้อนขึ้น

หน้าต่าง Command Prompt สีดำบนหน้าจอแล็ปท็อป

🛒 สินค้าแนะนำ

AliExpress 🛒 สินค้าแนะนำ

ควรเลือกคำสั่งซ่อมแบบไหนให้ตรงกับอาการ

เลือกตามอาการเท่านั้น เพราะ Microsoft Learn แยกคำสั่งไว้ตามปัญหา ได้แก่ ไฟล์ระบบเสียหาย รหัสบูตผิดพลาด บูตเซกเตอร์มีปัญหา และ BCD (ข้อมูลการตั้งค่าบูต) ผิดพลาด และไม่ควรนำสามเรื่องหลังมารวมเป็นปัญหาเดียวกัน

กรณีสงสัยว่าไฟล์ระบบเสียหาย Microsoft Learn ให้คำสั่ง SFC แบบออฟไลน์ ดังนี้ ให้แทน C: ด้วยไดรฟ์ที่ตรวจพบในหัวข้อก่อนหน้า

sfc /scannow /offbootdir=C:\ /offwindir=C:\Windows

สมุดจดรายการอาการวางข้างแล็ปท็อปบนโต๊ะทำงาน

กรณี BCD ผิดพลาด ให้เริ่มจาก Bootrec /ScanOS เพื่อค้นหาระบบที่ติดตั้ง และเมื่อจำเป็นเท่านั้นจึงสำรองด้วย bcdedit /export เปลี่ยนชื่อไฟล์ BCD แล้วใช้ bootrec /rebuildbcd ขั้นตอนเหล่านี้กระทบการตั้งค่าบูต รายละเอียดครบถ้วนอยู่ในเอกสาร Microsoft Learn ที่ลิงก์ไว้ท้ายบทความ

คำสั่ง อาการที่ใช้ สิ่งที่คำสั่งทำ ข้อควรระวัง
sfc /scannow พร้อม offbootdir และ offwindir สงสัยไฟล์ระบบเสียหาย ตรวจไฟล์ระบบของ Windows ที่ติดตั้งอยู่แบบออฟไลน์ ต้องแก้พาธให้ตรงกับไดรฟ์จริง
BOOTREC /FIXMBR ปัญหารหัสบูต เขียนทับเฉพาะ master boot code ใช้เมื่ออาการตรงเท่านั้น
BOOTREC /FIXBOOT ปัญหาบูตเซกเตอร์ ซ่อมบูตเซกเตอร์ ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา BCD
Bootrec /ScanOS แล้ว bootrec /rebuildbcd BCD ผิดพลาด ค้นหาระบบที่ติดตั้ง แล้วสร้าง BCD ใหม่เมื่อจำเป็น กระทบการตั้งค่าบูต ควรสำรองก่อนด้วย bcdedit /export

ถ้า Startup Repair ล้มเหลวต้องดูอะไรต่อ

เปิดไฟล์ล็อก SrtTrail.txt ก่อน เพราะ Microsoft Learn ระบุว่าบันทึกของ Startup Repair อาจอยู่ที่ Windows\System32\LogFiles\Srt ภายในโฟลเดอร์ Windows ของระบบที่ติดตั้ง ไฟล์นี้ช่วยให้เห็นสาเหตุที่การซ่อมอัตโนมัติไปต่อไม่ได้

ถ้าปัญหาเริ่มหลังอัปเดต Windows ล่าสุด ให้ลองตัวเลือก Uninstall Updates ใน WinRE ซึ่ง Microsoft Support ในหน้า Recovery options in Windows ระบุว่ามีให้ใช้ทั้ง Windows 10 และ 11 ตัวเลือกนี้อยู่ในเมนูกู้คืนเดียวกับ Startup Repair

ผู้ใช้กำลังอ่านไฟล์ล็อกบนแล็ปท็อปที่โต๊ะในครัว

หากลองทุกทางแล้วยังไม่หาย ควรปรึกษาช่างหรือศูนย์บริการ เพราะปัญหาอาจมาจากฮาร์ดแวร์ ซึ่งบทความนี้ไม่ได้ใช้แทนการวินิจฉัยโดยผู้เชี่ยวชาญ

สรุปและสิ่งที่ทำได้วันนี้

ลำดับที่ปลอดภัยคือ ให้ Startup Repair อัตโนมัติทำงานก่อน แล้วค่อยใช้ CMD ตามอาการ โดยตรวจไดรฟ์ Windows ทุกครั้งก่อนรันคำสั่ง และเตรียมรหัสกู้คืน BitLocker ไว้หากเครื่องเข้ารหัสอยู่

สิ่งที่ทำได้วันนี้ คือสร้าง USB ติดตั้ง Windows เก็บไว้ และจดที่เก็บรหัสกู้คืน BitLocker ไว้ล่วงหน้า แล้วคุณเคยเจอเครื่องบูตไม่ขึ้นแบบไหนมาบ้าง

อยากอ่านคู่มือเทคโนโลยีเพิ่มเติมที่อธิบายเป็นขั้นตอนและตรวจสอบแหล่งที่มาได้

ดูบทความเพิ่มเติมที่ Atovia

แหล่งอ้างอิง

ลองใช้เครื่องมือฟรีของ Atovia สำหรับหัวข้อนี้ →

เข้าร่วมชุมชนของเรา

การอ้างอิงบทความนี้

แหล่งที่มา: Atovia (Atovia). https://atovia.kr

Leave a Comment